วิเคราะห์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล VS เชลซี 22 กค 63

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมตช์ : 37 (38 เกม)
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020
เวลาแข่งขัน : 02.15 น.
ลิเวอร์พูล VS เชลซี
สนาม : แอนฟิลด์
ราคาต่อรอง : ลิเวอร์พูล ต่อ 0.5

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล
03/07/20 แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-4 (เยือน, PRL)
05/07/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 (เหย้า, PRL)
09/07/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เยือน, PRL)
11/07/20 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เหย้า, PRL)
16/07/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (เยือน, PRL)

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เชลซี
05/07/20 ชนะ วัตฟอร์ด 3-0 (เหย้า, PRL)
08/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 (เยือน, PRL)
11/07/20 แพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-3 (เยือน, PRL)
15/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เหย้า, PRL)
20/07/20 ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 (สนามกลาง, FA Cup)

เฮดทูเฮท
29/09/18 เชลซี 1-1 ลิเวอร์พูล (PRL)
14/04/19 ลิเวอร์พูล 2-0 เชลซี (PRL)
15/08/19 ลิเวอร์พูล (P) 2-2 เชลซี (UCL)
22/09/19 เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล (PRL)
04/03/20 เชลซี 2-0 ลิเวอร์พูล (FA Cup)

ความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล
เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้เพิ่งแพ้ต่อ อาร์เซน่อล 1-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด ทำให้พลาดโอกาสทำสถิติคว้า 100 คะแนน โดยนัดนี้ “เดอะ เร้ดส์” จะลงสนามเกมเหย้าสุดท้ายของฤดูกาล และรับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการ

แมตช์นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล ยังไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์กัปตันทีม และ โฌแอล มาติป มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วน เจมส์ มิลเนอร์ กับ เดยัน ลอฟเรน ต้องรอทดสอบความฟิต

การจัดทัพตามสูตร 4-3-3 จะออกสตาร์ทด้วยทีมชุดดีที่สุดนำมาโดย 3 สตาร์ในแนวรุก ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ รวมทั้ง เวอร์จิล ฟาน ไดค์,, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, อลีสซง เบ็คเกอร์ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โดยมีตัวสอดแทรก อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ดิว็อค โอริกี้, เซอร์ดาน ชากิรี่ และ ทาคุมิ มินามิโนะ

เชลซี
ทีมเยือน เชลซี ทีมอันดับ 3 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกหลังเฉือนเอาชนะ นอริช ซิตี้ ทีมบ๊วยตกชั้นไปแล้ว 1-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด ทำให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีมากขึ้นอีกสำหรับการลุ้นจบท็อปโฟร์ และจะสามารถตีตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทันที ถ้าหากซิวชัยนัดนี้

แมตช์นี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เฮดโค้ชของ เชลซี ยังมีปัญหานักเตะบาดเจ็บคือ 2 ดาวรุ่งของทีม ฟิคาโย่ โทโมรี่ กับ บิลลี่ กิลมอร์ รวมทั้ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์คนสำคัญยังไม่ฟิตสมบูรณ์พร้อมกลับมาลงสนามเกมนี้

การจัดทีมจะเปลี่ยนระบบจาก 3-4-3 ในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากลับมาเล่น 4-3-3 ด้วยการวาง มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่ และ เมสัน เมาน์ท ในแผงมิดฟิลด์ 3 คน ส่วน 3 ตัวรุกในแดนหน้ายังเป็น วิลเลียน, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ คริสเตียน พูลิซิช พร้อมตัวสนับสนุน แทมมี่ อบราฮัม, รอสส์ บาร์คลี่ย์, รูเบน ลอฟตัส-ชีค และ คั่ลลัม ฮัดสัน-โอดอย

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล
(4-3-3)
อลีสซง เบ็คเกอร์
เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม
โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่

เชลซี
(4-3-3)
เกปา อาร์รีซาบาลาก้า
เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่
มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาน์ท
วิลเลียน, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, คริสเตียน พูลิซิช

ทรรศนะ

“เดอะ เร้ดส์” ฟอร์มระยะหลังสะดุดไปหลังกลับมากำชัย 2 นัดติด ก่อนเสมอกับแพ้เท่านั้นใน 2 นัดหลังสุด ทำให้เป็นความปราชัย 2 เกมจากการลงสนาม 5 นัดหลัง และเก็บชัยได้เพียง 2 เกมเท่านั้นจากการลงสนาม 5 นัดที่ผ่านมา รวมทั้งมีเกมเหย้าแน่นอน

“เดอะ บลูส์” ฟอร์มช่วงหลังยังเล่นได้ดีมากอยู่ด้วยการคัมแบ็กคว้าชัยในนัดล่าสุด ทำให้ซิวชัยรวม 3 ใน 4 นัดหลัง แม้มีแพ้ 2 เกมจากการลงสนาม 5 นัดที่ผ่านมา เพราะทั้งแนวรับ-รุกยังสามารถเล่นหวังผลได้ ส่วนเกมเยือนยังขาดความแน่นอน แต่แมตช์นี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” กำลังมั่นใจ และไม่ได้เป็นรองมากนักจะบุกมาเจ๊า “หงส์แดง” ได้

ฟันธง : รองสิงโตน้ำเงินคราม
ผลการแข่งขันที่คาด : ลิเวอร์พูล 2-2 เชลซี

คนเข้าชม 312 total views